![]() |
|
คณะทันตแพทย์ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือน พฤศจิกายน 2547 ตามอนุมัติสภามหาวิทยาลัยรังสิต รับนักศึกษาภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2548 โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาให้การรัีบรองหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตเมื่อ วันที่ 24 มีนาคม 2549 เป็นคณะทันตแพทยศาสตร์เอกชนแห่งแรกในประเทศไทย จัดการเรียนการสอนแบบสองภาษา เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาในการสื่อสารกับผู้ป่วยทั้งคนไทยและต่างประเทศ รวมทั้งในการเรียนการสอนต่อต่างประเทศ หลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต ระยะเวลาการศึกษา 6 ปี หมวดวิชาศึกษาทั่วไปและหมวดเลือกเสรี เรียนที่วิทยาลัยนานาชาติ และ คณะวิทยาศาสตร์ หมวดวิชาเฉพาะ(กลุ่มพื้นฐานวิชาชีพ) เรียนที่คณะวิทยาศาสตร์และคณะทันตแพทยศาสตร์ หมวด วิชาเฉพาะ(กลุ่มวิชาชีพ) เรียนที่คณะทันตแพทยศาสตร์ เมื่อนักศึกษาจบหลักสูตรและจะต้องสอบใบอนุญาติประกอบวิชาชีพ ทันตกรรมจากทันตแพทยสภา เช่นเดี่ยวกับนักศึกษาทันตแพทย์ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยของรัฐปรัชญาและวิสัยทัศนปรัชญา : คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จักสร้างทันตแพทย์ชั้นนำที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ คุณธรรม และพร้อมที่จะสร้างสิ่งที่ดีให้แก่ชุมชนและสังคม พันธกิจคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มุ่งสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐานวิชาชีพเปี่ยมด้วยคุณธรรมและสนใจการเรียนรู้ตลอดชีวิตมีมนุษย์สัมพันธ์ความเป็นผู้นำและมีทักษะในการประกอบอาชีพนอกจากนั้นคณะฯซึ่งเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้เพียรที่จะสะสมและพัฒนาองค์ความรู้พร้อมสร้างนวัตกรรมโดยผ่านกระบวนการวิจัยพัฒนาเพื่อนำมาสู่แนวทางและระบบในการแก้ปัญหาส่งเสริมและเสิมสร้างทันตสุขภาพ โดยคำนึงถึงความต้องการของสังคมภารกิจ ดังกล่าวนำมาสู่การบูรณาการของบริการวิชาการและการเรียนการสอน บนพื้นฐานของ "สังคมธรรมธิปไตย"
1.เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ในการสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก การตรวจ วินิจฉัย การวางแผนการรักษา เวชบำบัด หรือการผ่าตัดรักษาโรค และสามารถวิเคราะห์ปัญหาความผิดปกติของช่องปาก กระดูกขากรรไกร และอวัยวะที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งมีความมั่นใจในการฟื้นฟูสภาพของอวัยวะในช่องปาก และอวัยวะข้างเคียง ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้โดยอาศัยหลักเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข เทคโนโลยีที่เหมาะสม และการยึดถือผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา
2.ใฝ่รู้ และติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการพัฒนาตนเองทั้งในด้านความรู้ และทักษะทางวิชาชีพ ประยุกต์ความรู้ให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมทุกระดับ
3.สามารถสนับสนุน จัดกิจกรรม เพื่อสร้างสุขภาพช่องปากได้อย่างเหมาะสมกับกลุ่ม เป้าหมาย ทั้งในระดับปัจเจกบุคคลและในระดับชุมชนโดยให้สอดคล้องกับชุมชน นโยบายด้านสุขภาพของประเทศ
4.มีความรู้ในหลักการบริหารงาน มีความเป็นผู้นำ และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
5.มีความรับผิดชอบต่อผู้ป่วย ต่อสังคม ตระหนักถึงปัญหาและมีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษา การแก้ปัญหาต่างๆ รวมทั้งสามารถวิเคราะห์ปัญหา และส่งต่อให้กับผู้ชำนาญงานเฉพาะทาง
6.เป็นผู้มีจริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ ปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส
|





